You are here

ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่  แบ่งออกได้เป็น 2 ประการคือ

1. ความรับผิดจากการกระทำละเมิดทางแพ่ง  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  ได้แก่  ความรับผิดจากการกระทำละเมิดที่มิใช่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะเจ้าหน้าที่  เป็นความรับผิดในฐานะบุคคลธรรมดา  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิฃย์มาตรา 420   ซึ่งประกอบด้วยการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย

2. ความรับผิดจากการกระทำละเมิดทางปกครอง ได้แก่ การกระทำละเมิดที่อยุู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง ตาม พรบ.จัดตั้งศาลปกครองปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มาตรา 9(3)  ซึ่งได้แก่  การกระทำละเมิด อันประกอบด้วยเหตุ  ดังนี้

      2.1. ผู้กระทำละเมิดเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ  เจ้าหน้าที่

      2.2. เหตุละเมิดเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่  ซึ่งอาจจำแนกได้เป็น  3 กรณี คือ

                  (ก) เกิดจากการกระทำในการใช้อำนาจตามกฎหมาย ในการปฏิบัติหน้าที่

                  (ข) เกิดจากการออกกฎ  คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่น

                  (ค) เกิดจากการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ

                  (ง) เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร

3. สิทธิในการฟ้องคดีละเมิดเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ต่อศาลปกครอง

            การใช้สิทธิฟ้องคดีกรณีละเมิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ต่อศาลปกครอง    ต้องเข้าเงื่อนไข ตามที่ พรบ ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539  กำหนดไว้ กล่าวคือ

            1.  มาตรา ๕  หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ไม่ได้

                 ถ้า การละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ได้สังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งใดให้ถือว่า กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานของรัฐที่ต้องรับผิดตามวรรคหนึ่ง

            2. มาตรา ๖  ถ้าการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่มิใช่การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดในการนั้นเป็นการเฉพาะตัว ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องเจ้าหน้าที่ได้โดยตรง แต่จะฟ้องหน่วยงานของรัฐไม่ได้

            3. มาตรา ๘  ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายเพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่ ให้หน่วยงานของรัฐมีสิทธิเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวแก่หน่วยงานของรัฐได้  ถ้าเจ้าหน้าที่ได้กระทำการนั้นไปด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

                 สิทธิ เรียกให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามวรรคหนึ่งจะมีได้เพียงใดให้คำนึงถึงระดับ ความร้ายแรงแห่งการกระทำและความเป็นธรรมในแต่ละกรณีเป็นเกณฑ์โดยมิต้องให้ ใช้เต็มจำนวนของความเสียหายก็ได้

                ถ้าการละเมิดเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรือระบบการดำเนินงานส่วนรวม ให้หักส่วนแห่งความรับผิดดังกล่าวออกด้วย

               ในกรณีที่การละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่หลายคน มิให้นำหลักเรื่องลูกหนี้ร่วมมาใช้บังคับและเจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนเฉพาะส่วนของตนเท่านั้น 

           4. การออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ และมาตรการบังคับทางปกครอง

               4.1. มาตรา ๑๐  ในกรณีที่เจ้าหน้าที่เป็นผู้กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ผู้นั้นอยู่ในสังกัดหรือไม่ ถ้าเป็นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ถ้ามิใช่การกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

                      สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ทั้งสองประการตามวรรคหนึ่ง ให้มีกำหนดอายุความสองปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวเจ้าหน้าที่ ผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน และกรณีที่หน่วยงานของรัฐเห็นว่าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นไม่ต้องรับผิด แต่กระทรวงการคลังตรวจสอบแล้วเห็นว่าต้องรับผิด ให้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนนั้นมีกำหนดอายุความหนึ่งปีนับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง

               4.2. มาตรา ๑๒  ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่หน่วยงานของรัฐได้ใช้ให้แก่ผู้เสียหายตามมาตรา ๘ หรือในกรณีที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๑๐ ประกอบกับมาตรา ๘ ให้หน่วยงานของรัฐที่เสียหายมีอำนาจออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชำระเงินดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนด

               4.3. มาตรการบังคับทาปกครอง

                       4.3.1. ผู้เสียหาย อาจยื่นคำร้องขอให้หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ โดยไม่ต้องฟ้องคดี  ตามมาตรา ๑๒  ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่หน่วยงานของรัฐได้ใช้ให้แก่ผู้เสียหายตามมาตรา ๘ หรือในกรณีที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐตามมาตรา ๑๐ ประกอบกับมาตรา ๘ ให้หน่วยงานของรัฐที่เสียหายมีอำนาจออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชำระเงินดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนด

                      4.3.2. วิธีการบังคับให้ชำระเงิน  เป็นไปตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

                      มาตรา ๕๗  คำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ผู้ใดชำระเงิน ถ้าถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระโดยถูกต้องครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือเตือนให้ผู้นั้นชำระภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือน เจ้าหน้าที่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้นั้นและขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินให้ครบถ้วน

                     วิธีการยึด การอายัดและการขายทอดตลาดทรัพย์สินให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม ส่วนผู้มีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดหรือขายทอดตลาดให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

          

ความรู้ช้ดแจ้ง

ระเบียบ
คู่มือ
กรณีศึกษา

Comments

ซ้ำ